counter 13,069

ฟุ้ง

ฟุ้ง~~~


ทำไมถึงไม่ฟุ้งซ่านอย่างนี้ว่ะ
คิดทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในหัว
คิดมาก คิดนำความเป็นจริง
คิดอะไรเว่อ ๆ แล้วสุดท้ายก็เหม่อลอย




กลายเป็นคนชอบเหม่อ คิดโน่นนี่ไปเรื่อย ๆ
ฟุ้งซ่าน ไร้สาระ
เบื่อตัวเองว่ะ





ตอนนี้รู้สึกตัวเองเริ่มเข้าโหมดระบบป้องกันตัวเอง
กลับไปเป็น ม.3 ตอนปลาย ม.4 ต้น ๆ
แล้วก็เป็นมากกว่าเดิมด้วยซะอีก
ปิดกั้น ไม่เอา ยึดติด หนีไปอยู่กับโลกของตัวเอง






ไม่อยากไปไหนที่ไม่มีคนที่รักเรา
อยากอยู่แต่กับคนที่รักเรามากมาก
คนที่คอยตามใจ เอาใจ เอาใจใส่
คนที่ไม่ขัด ไม่ด่าว่า เข้าใจ แล้วรับได้กับสิ่งที่เป็น





ถึงจะรู้ว่าสิ่งนั้นมันไม่ยั้งยืน เหมือนหลอกตัวเอง
ถึงจะรั้งไว้ให้นานเท่าไหร่
แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ดี






อยากจะฟุ้งอยู่ในโลกที่สวยงาม
ที่มีแต่ความสุขอย่างนี้ ตลอดไป


ฟุ้ง

ฟุ้ง~~~


ทำไมถึงไม่ฟุ้งซ่านอย่างนี้ว่ะ
คิดทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในหัว
คิดมาก คิดนำความเป็นจริง
คิดอะไรเว่อ ๆ แล้วสุดท้ายก็เหม่อลอย




กลายเป็นคนชอบเหม่อ คิดโน่นนี่ไปเรื่อย ๆ
ฟุ้งซ่าน ไร้สาระ
เบื่อตัวเองว่ะ





ตอนนี้รู้สึกตัวเองเริ่มเข้าโหมดระบบป้องกันตัวเอง
กลับไปเป็น ม.3 ตอนปลาย ม.4 ต้น ๆ
แล้วก็เป็นมากกว่าเดิมด้วยซะอีก
ปิดกั้น ไม่เอา ยึดติด หนีไปอยู่กับโลกของตัวเอง






ไม่อยากไปไหนที่ไม่มีคนที่รักเรา
อยากอยู่แต่กับคนที่รักเรามากมาก
คนที่คอยตามใจ เอาใจ เอาใจใส่
คนที่ไม่ขัด ไม่ด่าว่า เข้าใจ แล้วรับได้กับสิ่งที่เป็น





ถึงจะรู้ว่าสิ่งนั้นมันไม่ยั้งยืน เหมือนหลอกตัวเอง
ถึงจะรั้งไว้ให้นานเท่าไหร่
แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ดี






อยากจะฟุ้งอยู่ในโลกที่สวยงาม
ที่มีแต่ความสุขอย่างนี้ ตลอดไป


วันเกิดของคนพิเศษ

วันนี้อีกแล้ว
วันที่ทำให้อดตาหลับขับตานอนไปซะทุกปี
รอจนเที่ยงคืนถึงจะหลับได้
แล้วก็ต้องรอจนวัน ๆ นี้จะผ่านไปอีกนั่นแหละ
ถึงจะหลับลง


เป็นแค่วันวันนึงของคนทั่ว ๆ ไป
แต่มันเป็นวันพิเศษ ของคนพิเศษของอุ้ม
บางทีวันวันนี้ยูไดอาจจะทำแบบอุ้มก็ได้
อาจจะเลี้ยงฉลองอยู่ที่ไหนสักแห่ง



you know when you love someone
when you want them to be happy
even if their happiness
means that you're not part of it





สุขสันต์วันเกิดเจ้าตัวเล็กของอุ้ม
ที่ตอนนี้ไม่เล็กแล้ว

โต อายุ 21 ขวบแล้ว



คำอวยพรซ้ำ ๆ เดิม ๆ ที่ส่งไปทุกทุกปี
ขอให้ยูไดมีความสุขมากมาก
ให้สุขภาพแข็งแรง
มีคนรักเยอะ ๆ
คิดอะไรก็ได้อย่างนั้น






ถึงจะอยากอวยพรคำอื่น ๆ ตั้งมากมาย
แต่นี่แหละคือสิ่งที่ดีที่สุด
ที่จะมอบให้ได้



ขอให้ยูไดมีความสุขมากมาก
มากกว่าใคร ๆ
ให้เป็นที่รักอย่างนี้ตลอดไป





สุขสันต์วันเกิดเจ้าตัวเล็ก








ฟุ้ง

ฟุ้ง~~~


ทำไมถึงไม่ฟุ้งซ่านอย่างนี้ว่ะ
คิดทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในหัว
คิดมาก คิดนำความเป็นจริง
คิดอะไรเว่อ ๆ แล้วสุดท้ายก็เหม่อลอย




กลายเป็นคนชอบเหม่อ คิดโน่นนี่ไปเรื่อย ๆ
ฟุ้งซ่าน ไร้สาระ
เบื่อตัวเองว่ะ





ตอนนี้รู้สึกตัวเองเริ่มเข้าโหมดระบบป้องกันตัวเอง
กลับไปเป็น ม.3 ตอนปลาย ม.4 ต้น ๆ
แล้วก็เป็นมากกว่าเดิมด้วยซะอีก
ปิดกั้น ไม่เอา ยึดติด หนีไปอยู่กับโลกของตัวเอง






ไม่อยากไปไหนที่ไม่มีคนที่รักเรา
อยากอยู่แต่กับคนที่รักเรามากมาก
คนที่คอยตามใจ เอาใจ เอาใจใส่
คนที่ไม่ขัด ไม่ด่าว่า เข้าใจ แล้วรับได้กับสิ่งที่เป็น





ถึงจะรู้ว่าสิ่งนั้นมันไม่ยั้งยืน เหมือนหลอกตัวเอง
ถึงจะรั้งไว้ให้นานเท่าไหร่
แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ดี






อยากจะฟุ้งอยู่ในโลกที่สวยงาม
ที่มีแต่ความสุขอย่างนี้ ตลอดไป


วันเกิดของคนพิเศษ

วันนี้อีกแล้ว
วันที่ทำให้อดตาหลับขับตานอนไปซะทุกปี
รอจนเที่ยงคืนถึงจะหลับได้
แล้วก็ต้องรอจนวัน ๆ นี้จะผ่านไปอีกนั่นแหละ
ถึงจะหลับลง


เป็นแค่วันวันนึงของคนทั่ว ๆ ไป
แต่มันเป็นวันพิเศษ ของคนพิเศษของอุ้ม
บางทีวันวันนี้ยูไดอาจจะทำแบบอุ้มก็ได้
อาจจะเลี้ยงฉลองอยู่ที่ไหนสักแห่ง



you know when you love someone
when you want them to be happy
even if their happiness
means that you're not part of it





สุขสันต์วันเกิดเจ้าตัวเล็กของอุ้ม
ที่ตอนนี้ไม่เล็กแล้ว

โต อายุ 21 ขวบแล้ว



คำอวยพรซ้ำ ๆ เดิม ๆ ที่ส่งไปทุกทุกปี
ขอให้ยูไดมีความสุขมากมาก
ให้สุขภาพแข็งแรง
มีคนรักเยอะ ๆ
คิดอะไรก็ได้อย่างนั้น






ถึงจะอยากอวยพรคำอื่น ๆ ตั้งมากมาย
แต่นี่แหละคือสิ่งที่ดีที่สุด
ที่จะมอบให้ได้



ขอให้ยูไดมีความสุขมากมาก
มากกว่าใคร ๆ
ให้เป็นที่รักอย่างนี้ตลอดไป





สุขสันต์วันเกิดเจ้าตัวเล็ก








อัมพวา แสนสนุก

หลับยาว
วันนี้หลับยาวมากมาก
เมื่อคืนนอน ห้าทุ่มนิด
ตื่นจริง ๆ จัง ๆ อีกทีตอนบ่ายสาม
ประมาณ 15 ชม. ได้
เหอะเหอะ หลับยาวทดแทนเมื่อสองวันที่ผ่านมา



เมื่อวันศุกร์ไปกินดื่มกับเพื่อน
กว่าจะแบกสังขารอันน้อยนิดถึงบ้านก็ตีสอง
จัดของด้วยความเบลอไปได้สักพักก็หลับ
และตื่นขึ้นมาอีกทีหกโมงครึ่ง
ไปอัมพวา



กว่าจะไปถึงได้ก็เล่นเอาแทบตาย
เพราะหลงเข้าไปอยู่ในเมืองลับแล
หาทางไปไม่ถูก
ไอ้คนที่ไปเป็นก็ดันไปคันเดียวกัน
เอาไอ้คนที่ไปไม่ถูกมารวมกัน
รู้ตัวอีกทีอยู่ราชบุรีแล้ว
อยากจะบ้า แผนที่ ที่เอาไปก็ช่วยได้มากเหลือเกิ๊น





ไปถึงด้วยความทุลักทุเล เหนื่อยแสนเหนื่อย
เข้าบ้านพัก เก็บของแล้วออกไปเดินเล่นกัน





ก็บ้าเดินกันซะเหนื่อย คนก็เยอะสุด ๆ
แต่สนุก ได้ดูเค้าคั่วเม็ดกาแฟด้วย
โรงงานนรกมาก ๆ คิดว่ากำลังโม่ปูนกันอยู่ซะอีก
เหอะเหอะ




ของกินที่นี่ถูก อร่อย
ไม่มีเวลาไหนที่รู้สึกหิวเลยสักนิด


หกโมงครึ่งร่องเรือชมหิ้งห้อย
นานจริง ๆ นั่งจนเมื่อยตูดไปหมด
มาถึงก็เดินหาของกินแล้วกลับที่พัก



นั่งเล่นกีร์ต้า นั่งคุย
นั่งฟังเรื่องพิซซ่ากับพี่วัต
เหอะเหอะ อย่างกับละคร
จนง่วง ตีสามกว่าก็เข้านอน ปิดบ้าน



หลับ ตื่นอีกที หกโมงเช้า เอ๋อ ๆ ขึ้นมาใส่บาตร
กินน้ำเต้าหู้ ปาท๋องโก๋ แล้วก็เข้านอนกะโจ้ โดยมีเอ๋ยตามมาทีหลัง
ส่วนแต้งกะแอมป์หน้าด้าน นอนตรงตั่งหน้าบ้านให้คนมอง
พิซซ่ากับพี่วัต ก็นอนกันอีกห้อง
ตื่นมาอีกที 11 โมง อาบน้ำและเดินหาของกิน (อีกแล้ว)
นั่งกินกาแฟโบราณร้านโปรด
แล้วก็กลับกัน




ไปทริปนี้สนุกมากครับ
ทำตัวติดโจ้เป็นเงาเลยครับ
ไม่รู้เพื่อนคนอื่นงอนป่าว คงไม่หรอกเนอะ

โจ้ แอมป์ แต้งก์ เอ๋ย พิซซ่า และพี่วัต
เสียดายเพื่อนที่ไม่ได้มา คงมันกว่านี้
ถ้ามากันเยอะ ๆ ไม่เป็นไร
คราวหน้ากลางธันวา หรือต้นว่ะ
ต่อด้วยเขาใหญ่ครับเพื่อน




งานนี้จบลงด้วยดี ได้ความประทับใจเพียบ


รักพวกเมิงจังเลยว่ะ
อยู่ด้วยแล้วลืมเรื่องบ้า ๆ ไปหมดเลย
คลายเครียดได้ดีจริง ๆ



ปล.ใกล้วันเกิดยูไดแล้ว ฮิ้ว ๆๆๆ



ฟุ้ง

ฟุ้ง~~~


ทำไมถึงไม่ฟุ้งซ่านอย่างนี้ว่ะ
คิดทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในหัว
คิดมาก คิดนำความเป็นจริง
คิดอะไรเว่อ ๆ แล้วสุดท้ายก็เหม่อลอย




กลายเป็นคนชอบเหม่อ คิดโน่นนี่ไปเรื่อย ๆ
ฟุ้งซ่าน ไร้สาระ
เบื่อตัวเองว่ะ





ตอนนี้รู้สึกตัวเองเริ่มเข้าโหมดระบบป้องกันตัวเอง
กลับไปเป็น ม.3 ตอนปลาย ม.4 ต้น ๆ
แล้วก็เป็นมากกว่าเดิมด้วยซะอีก
ปิดกั้น ไม่เอา ยึดติด หนีไปอยู่กับโลกของตัวเอง






ไม่อยากไปไหนที่ไม่มีคนที่รักเรา
อยากอยู่แต่กับคนที่รักเรามากมาก
คนที่คอยตามใจ เอาใจ เอาใจใส่
คนที่ไม่ขัด ไม่ด่าว่า เข้าใจ แล้วรับได้กับสิ่งที่เป็น





ถึงจะรู้ว่าสิ่งนั้นมันไม่ยั้งยืน เหมือนหลอกตัวเอง
ถึงจะรั้งไว้ให้นานเท่าไหร่
แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ดี






อยากจะฟุ้งอยู่ในโลกที่สวยงาม
ที่มีแต่ความสุขอย่างนี้ ตลอดไป


วันเกิดของคนพิเศษ

วันนี้อีกแล้ว
วันที่ทำให้อดตาหลับขับตานอนไปซะทุกปี
รอจนเที่ยงคืนถึงจะหลับได้
แล้วก็ต้องรอจนวัน ๆ นี้จะผ่านไปอีกนั่นแหละ
ถึงจะหลับลง


เป็นแค่วันวันนึงของคนทั่ว ๆ ไป
แต่มันเป็นวันพิเศษ ของคนพิเศษของอุ้ม
บางทีวันวันนี้ยูไดอาจจะทำแบบอุ้มก็ได้
อาจจะเลี้ยงฉลองอยู่ที่ไหนสักแห่ง



you know when you love someone
when you want them to be happy
even if their happiness
means that you're not part of it





สุขสันต์วันเกิดเจ้าตัวเล็กของอุ้ม
ที่ตอนนี้ไม่เล็กแล้ว

โต อายุ 21 ขวบแล้ว



คำอวยพรซ้ำ ๆ เดิม ๆ ที่ส่งไปทุกทุกปี
ขอให้ยูไดมีความสุขมากมาก
ให้สุขภาพแข็งแรง
มีคนรักเยอะ ๆ
คิดอะไรก็ได้อย่างนั้น






ถึงจะอยากอวยพรคำอื่น ๆ ตั้งมากมาย
แต่นี่แหละคือสิ่งที่ดีที่สุด
ที่จะมอบให้ได้



ขอให้ยูไดมีความสุขมากมาก
มากกว่าใคร ๆ
ให้เป็นที่รักอย่างนี้ตลอดไป





สุขสันต์วันเกิดเจ้าตัวเล็ก








อัมพวา แสนสนุก

หลับยาว
วันนี้หลับยาวมากมาก
เมื่อคืนนอน ห้าทุ่มนิด
ตื่นจริง ๆ จัง ๆ อีกทีตอนบ่ายสาม
ประมาณ 15 ชม. ได้
เหอะเหอะ หลับยาวทดแทนเมื่อสองวันที่ผ่านมา



เมื่อวันศุกร์ไปกินดื่มกับเพื่อน
กว่าจะแบกสังขารอันน้อยนิดถึงบ้านก็ตีสอง
จัดของด้วยความเบลอไปได้สักพักก็หลับ
และตื่นขึ้นมาอีกทีหกโมงครึ่ง
ไปอัมพวา



กว่าจะไปถึงได้ก็เล่นเอาแทบตาย
เพราะหลงเข้าไปอยู่ในเมืองลับแล
หาทางไปไม่ถูก
ไอ้คนที่ไปเป็นก็ดันไปคันเดียวกัน
เอาไอ้คนที่ไปไม่ถูกมารวมกัน
รู้ตัวอีกทีอยู่ราชบุรีแล้ว
อยากจะบ้า แผนที่ ที่เอาไปก็ช่วยได้มากเหลือเกิ๊น





ไปถึงด้วยความทุลักทุเล เหนื่อยแสนเหนื่อย
เข้าบ้านพัก เก็บของแล้วออกไปเดินเล่นกัน





ก็บ้าเดินกันซะเหนื่อย คนก็เยอะสุด ๆ
แต่สนุก ได้ดูเค้าคั่วเม็ดกาแฟด้วย
โรงงานนรกมาก ๆ คิดว่ากำลังโม่ปูนกันอยู่ซะอีก
เหอะเหอะ




ของกินที่นี่ถูก อร่อย
ไม่มีเวลาไหนที่รู้สึกหิวเลยสักนิด


หกโมงครึ่งร่องเรือชมหิ้งห้อย
นานจริง ๆ นั่งจนเมื่อยตูดไปหมด
มาถึงก็เดินหาของกินแล้วกลับที่พัก



นั่งเล่นกีร์ต้า นั่งคุย
นั่งฟังเรื่องพิซซ่ากับพี่วัต
เหอะเหอะ อย่างกับละคร
จนง่วง ตีสามกว่าก็เข้านอน ปิดบ้าน



หลับ ตื่นอีกที หกโมงเช้า เอ๋อ ๆ ขึ้นมาใส่บาตร
กินน้ำเต้าหู้ ปาท๋องโก๋ แล้วก็เข้านอนกะโจ้ โดยมีเอ๋ยตามมาทีหลัง
ส่วนแต้งกะแอมป์หน้าด้าน นอนตรงตั่งหน้าบ้านให้คนมอง
พิซซ่ากับพี่วัต ก็นอนกันอีกห้อง
ตื่นมาอีกที 11 โมง อาบน้ำและเดินหาของกิน (อีกแล้ว)
นั่งกินกาแฟโบราณร้านโปรด
แล้วก็กลับกัน




ไปทริปนี้สนุกมากครับ
ทำตัวติดโจ้เป็นเงาเลยครับ
ไม่รู้เพื่อนคนอื่นงอนป่าว คงไม่หรอกเนอะ

โจ้ แอมป์ แต้งก์ เอ๋ย พิซซ่า และพี่วัต
เสียดายเพื่อนที่ไม่ได้มา คงมันกว่านี้
ถ้ามากันเยอะ ๆ ไม่เป็นไร
คราวหน้ากลางธันวา หรือต้นว่ะ
ต่อด้วยเขาใหญ่ครับเพื่อน




งานนี้จบลงด้วยดี ได้ความประทับใจเพียบ


รักพวกเมิงจังเลยว่ะ
อยู่ด้วยแล้วลืมเรื่องบ้า ๆ ไปหมดเลย
คลายเครียดได้ดีจริง ๆ



ปล.ใกล้วันเกิดยูไดแล้ว ฮิ้ว ๆๆๆ



ความทรงจำสีจาง ๆ

เอาบีจีใหม่มาลงแล้ว
และแล้วก็ได้ทำเนอะ







ให้เค้กแปะไว้ในวันเกิด






เอาไว้จะหาเพลงเพราะ ๆ มาเปลี่ยนให้ใหม่ด้วยดีกว่า...





///////



เพราะว่าว่างมาก
เปิดอ่านไดหน้าเก่า ๆ คิดถึง
ได้ความรู้สึกเก่า ๆ กลับมามากมาย
คิดถึงช่วง ม.ปลาย
เป็นช่วงที่มีความสุขมากมาก จริง ๆ แหละ




อ่านทั้งของตัวเอง แล้วก็พาลไปอ่านของบี
ย้อนอ่านไปเรื่อย ๆ
คิดถึงตอนนั้น
และถึงไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานขนาดไหน
อุ้มก็ยังรู้สึกเหมือน ๆ เดิม


นั่งอ่านไปแล้วก็ยิ้มไป
มีหลายหน้าเลยที่อัพเรื่องราว ขำขำ ให้หัวเราะ
เรื่องที่ทำให้อาย เรื่องราวต่าง ๆ มันเยอะแยะไปหมดจริง ๆ




พอตอนนี้มานั่งอ่านย้อนลงไป
ถึงได้รู้ว่า ตัวเองยังยึดติดอยู่กับเรื่องราวแต่ก่อนมากแค่ไหน
พอได้อ่าน ภาพต่าง ๆ ก็แว่บเข้ามาในหัว
ภาพตอนที่ไปสยาม ที่ได้หัวเราะ ได้ยิ้ม
ความสุขตรงนั้น มันเหมือนแค่เพิ่งจะผ่านไปเอง
เพราะจิตใจมันยังจำความรู้สึกได้ทั้งหมด



ตอนนั้นน่ะ ญี่ปุ่นยังบูมมากมากอยู่เลย
รู้จักคนตั้งเยอะแยะ เป็นน้อง ๆ สองคนกับ บ.บี
มีพี่ ๆ ตั้งมากมาย
เป็นช่วงเวลาที่น่าจะสต๊าฟเอาไว้ (เห็นแก่ตัวมาก)




ถึงตอนนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแล้ว
แต่ความทรงจำพวกนั้นก็ยังคงติดอยู่ในใจเสมอ(เน่า)
อย่างน้อย ตอนนั้นเราก็ได้มีความสุข ด้วยกัน
ผ่านเรื่องราวอะไรตั้งเยอะแยะมากมาย
ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ด้วยกัน
จะเรียกได้ว่าเป็นความทรงจำสีจาง ๆ ได้ไหมน๊า เหอเหอ



แต่สิ่งที่จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ก็คือความรู้สึกของอุ้ม
ไม่ว่าตอนนั้นกับตอนนี้ จะผ่านมานานแค่ไหนแล้วก็ตาม
อุ้มก็ยังรัก บ.บีกะพี่ปอย มากมากอยู่ดี
ถ้าหากว่าพี่ปอยกะบีลองย้อนอ่านไป ช่วงปี 2003-2004 ดู
อุ้มไม่รู้ว่าจะรู้สึกเหมือนกันไหมหรือบางทีอุ้มอาจจะรู้สึกไปแค่คนเดียว
แต่มันเป็นช่วงที่อ่านไปแล้วยิ้มได้ แล้วก็ฟื้นความรู้สึกหลายอย่างให้กลับมา
ได้มากจริง ๆ




ถ้าได้ผ่านเข้ามาแล้วเห็นไดหน้านี้
ก็คงจะดี



ฟุ้ง

ฟุ้ง~~~


ทำไมถึงไม่ฟุ้งซ่านอย่างนี้ว่ะ
คิดทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในหัว
คิดมาก คิดนำความเป็นจริง
คิดอะไรเว่อ ๆ แล้วสุดท้ายก็เหม่อลอย




กลายเป็นคนชอบเหม่อ คิดโน่นนี่ไปเรื่อย ๆ
ฟุ้งซ่าน ไร้สาระ
เบื่อตัวเองว่ะ





ตอนนี้รู้สึกตัวเองเริ่มเข้าโหมดระบบป้องกันตัวเอง
กลับไปเป็น ม.3 ตอนปลาย ม.4 ต้น ๆ
แล้วก็เป็นมากกว่าเดิมด้วยซะอีก
ปิดกั้น ไม่เอา ยึดติด หนีไปอยู่กับโลกของตัวเอง






ไม่อยากไปไหนที่ไม่มีคนที่รักเรา
อยากอยู่แต่กับคนที่รักเรามากมาก
คนที่คอยตามใจ เอาใจ เอาใจใส่
คนที่ไม่ขัด ไม่ด่าว่า เข้าใจ แล้วรับได้กับสิ่งที่เป็น





ถึงจะรู้ว่าสิ่งนั้นมันไม่ยั้งยืน เหมือนหลอกตัวเอง
ถึงจะรั้งไว้ให้นานเท่าไหร่
แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ดี






อยากจะฟุ้งอยู่ในโลกที่สวยงาม
ที่มีแต่ความสุขอย่างนี้ ตลอดไป


วันเกิดของคนพิเศษ

วันนี้อีกแล้ว
วันที่ทำให้อดตาหลับขับตานอนไปซะทุกปี
รอจนเที่ยงคืนถึงจะหลับได้
แล้วก็ต้องรอจนวัน ๆ นี้จะผ่านไปอีกนั่นแหละ
ถึงจะหลับลง


เป็นแค่วันวันนึงของคนทั่ว ๆ ไป
แต่มันเป็นวันพิเศษ ของคนพิเศษของอุ้ม
บางทีวันวันนี้ยูไดอาจจะทำแบบอุ้มก็ได้
อาจจะเลี้ยงฉลองอยู่ที่ไหนสักแห่ง



you know when you love someone
when you want them to be happy
even if their happiness
means that you're not part of it





สุขสันต์วันเกิดเจ้าตัวเล็กของอุ้ม
ที่ตอนนี้ไม่เล็กแล้ว

โต อายุ 21 ขวบแล้ว



คำอวยพรซ้ำ ๆ เดิม ๆ ที่ส่งไปทุกทุกปี
ขอให้ยูไดมีความสุขมากมาก
ให้สุขภาพแข็งแรง
มีคนรักเยอะ ๆ
คิดอะไรก็ได้อย่างนั้น






ถึงจะอยากอวยพรคำอื่น ๆ ตั้งมากมาย
แต่นี่แหละคือสิ่งที่ดีที่สุด
ที่จะมอบให้ได้



ขอให้ยูไดมีความสุขมากมาก
มากกว่าใคร ๆ
ให้เป็นที่รักอย่างนี้ตลอดไป





สุขสันต์วันเกิดเจ้าตัวเล็ก








อัมพวา แสนสนุก

หลับยาว
วันนี้หลับยาวมากมาก
เมื่อคืนนอน ห้าทุ่มนิด
ตื่นจริง ๆ จัง ๆ อีกทีตอนบ่ายสาม
ประมาณ 15 ชม. ได้
เหอะเหอะ หลับยาวทดแทนเมื่อสองวันที่ผ่านมา



เมื่อวันศุกร์ไปกินดื่มกับเพื่อน
กว่าจะแบกสังขารอันน้อยนิดถึงบ้านก็ตีสอง
จัดของด้วยความเบลอไปได้สักพักก็หลับ
และตื่นขึ้นมาอีกทีหกโมงครึ่ง
ไปอัมพวา



กว่าจะไปถึงได้ก็เล่นเอาแทบตาย
เพราะหลงเข้าไปอยู่ในเมืองลับแล
หาทางไปไม่ถูก
ไอ้คนที่ไปเป็นก็ดันไปคันเดียวกัน
เอาไอ้คนที่ไปไม่ถูกมารวมกัน
รู้ตัวอีกทีอยู่ราชบุรีแล้ว
อยากจะบ้า แผนที่ ที่เอาไปก็ช่วยได้มากเหลือเกิ๊น





ไปถึงด้วยความทุลักทุเล เหนื่อยแสนเหนื่อย
เข้าบ้านพัก เก็บของแล้วออกไปเดินเล่นกัน





ก็บ้าเดินกันซะเหนื่อย คนก็เยอะสุด ๆ
แต่สนุก ได้ดูเค้าคั่วเม็ดกาแฟด้วย
โรงงานนรกมาก ๆ คิดว่ากำลังโม่ปูนกันอยู่ซะอีก
เหอะเหอะ




ของกินที่นี่ถูก อร่อย
ไม่มีเวลาไหนที่รู้สึกหิวเลยสักนิด


หกโมงครึ่งร่องเรือชมหิ้งห้อย
นานจริง ๆ นั่งจนเมื่อยตูดไปหมด
มาถึงก็เดินหาของกินแล้วกลับที่พัก



นั่งเล่นกีร์ต้า นั่งคุย
นั่งฟังเรื่องพิซซ่ากับพี่วัต
เหอะเหอะ อย่างกับละคร
จนง่วง ตีสามกว่าก็เข้านอน ปิดบ้าน



หลับ ตื่นอีกที หกโมงเช้า เอ๋อ ๆ ขึ้นมาใส่บาตร
กินน้ำเต้าหู้ ปาท๋องโก๋ แล้วก็เข้านอนกะโจ้ โดยมีเอ๋ยตามมาทีหลัง
ส่วนแต้งกะแอมป์หน้าด้าน นอนตรงตั่งหน้าบ้านให้คนมอง
พิซซ่ากับพี่วัต ก็นอนกันอีกห้อง
ตื่นมาอีกที 11 โมง อาบน้ำและเดินหาของกิน (อีกแล้ว)
นั่งกินกาแฟโบราณร้านโปรด
แล้วก็กลับกัน




ไปทริปนี้สนุกมากครับ
ทำตัวติดโจ้เป็นเงาเลยครับ
ไม่รู้เพื่อนคนอื่นงอนป่าว คงไม่หรอกเนอะ

โจ้ แอมป์ แต้งก์ เอ๋ย พิซซ่า และพี่วัต
เสียดายเพื่อนที่ไม่ได้มา คงมันกว่านี้
ถ้ามากันเยอะ ๆ ไม่เป็นไร
คราวหน้ากลางธันวา หรือต้นว่ะ
ต่อด้วยเขาใหญ่ครับเพื่อน




งานนี้จบลงด้วยดี ได้ความประทับใจเพียบ


รักพวกเมิงจังเลยว่ะ
อยู่ด้วยแล้วลืมเรื่องบ้า ๆ ไปหมดเลย
คลายเครียดได้ดีจริง ๆ



ปล.ใกล้วันเกิดยูไดแล้ว ฮิ้ว ๆๆๆ



ความทรงจำสีจาง ๆ

เอาบีจีใหม่มาลงแล้ว
และแล้วก็ได้ทำเนอะ







ให้เค้กแปะไว้ในวันเกิด






เอาไว้จะหาเพลงเพราะ ๆ มาเปลี่ยนให้ใหม่ด้วยดีกว่า...





///////



เพราะว่าว่างมาก
เปิดอ่านไดหน้าเก่า ๆ คิดถึง
ได้ความรู้สึกเก่า ๆ กลับมามากมาย
คิดถึงช่วง ม.ปลาย
เป็นช่วงที่มีความสุขมากมาก จริง ๆ แหละ




อ่านทั้งของตัวเอง แล้วก็พาลไปอ่านของบี
ย้อนอ่านไปเรื่อย ๆ
คิดถึงตอนนั้น
และถึงไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานขนาดไหน
อุ้มก็ยังรู้สึกเหมือน ๆ เดิม


นั่งอ่านไปแล้วก็ยิ้มไป
มีหลายหน้าเลยที่อัพเรื่องราว ขำขำ ให้หัวเราะ
เรื่องที่ทำให้อาย เรื่องราวต่าง ๆ มันเยอะแยะไปหมดจริง ๆ




พอตอนนี้มานั่งอ่านย้อนลงไป
ถึงได้รู้ว่า ตัวเองยังยึดติดอยู่กับเรื่องราวแต่ก่อนมากแค่ไหน
พอได้อ่าน ภาพต่าง ๆ ก็แว่บเข้ามาในหัว
ภาพตอนที่ไปสยาม ที่ได้หัวเราะ ได้ยิ้ม
ความสุขตรงนั้น มันเหมือนแค่เพิ่งจะผ่านไปเอง
เพราะจิตใจมันยังจำความรู้สึกได้ทั้งหมด



ตอนนั้นน่ะ ญี่ปุ่นยังบูมมากมากอยู่เลย
รู้จักคนตั้งเยอะแยะ เป็นน้อง ๆ สองคนกับ บ.บี
มีพี่ ๆ ตั้งมากมาย
เป็นช่วงเวลาที่น่าจะสต๊าฟเอาไว้ (เห็นแก่ตัวมาก)




ถึงตอนนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแล้ว
แต่ความทรงจำพวกนั้นก็ยังคงติดอยู่ในใจเสมอ(เน่า)
อย่างน้อย ตอนนั้นเราก็ได้มีความสุข ด้วยกัน
ผ่านเรื่องราวอะไรตั้งเยอะแยะมากมาย
ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ด้วยกัน
จะเรียกได้ว่าเป็นความทรงจำสีจาง ๆ ได้ไหมน๊า เหอเหอ



แต่สิ่งที่จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ก็คือความรู้สึกของอุ้ม
ไม่ว่าตอนนั้นกับตอนนี้ จะผ่านมานานแค่ไหนแล้วก็ตาม
อุ้มก็ยังรัก บ.บีกะพี่ปอย มากมากอยู่ดี
ถ้าหากว่าพี่ปอยกะบีลองย้อนอ่านไป ช่วงปี 2003-2004 ดู
อุ้มไม่รู้ว่าจะรู้สึกเหมือนกันไหมหรือบางทีอุ้มอาจจะรู้สึกไปแค่คนเดียว
แต่มันเป็นช่วงที่อ่านไปแล้วยิ้มได้ แล้วก็ฟื้นความรู้สึกหลายอย่างให้กลับมา
ได้มากจริง ๆ




ถ้าได้ผ่านเข้ามาแล้วเห็นไดหน้านี้
ก็คงจะดี



ว่างคับ

ว่างคับ
ตอนนี้เริ่มทำการหลอนตัวเองไปเรื่อย ๆ
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดแล้วล่ะคับงานนี้



ได้ ไม่ได้ ได้ ไม่ได้
โอ๊ยยยยยยย หลอนค๊าบบบบบ


ยูไดช่วยอุ้มด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยย



อยากเปลี่ยนบีจีให้สดใส ๆ
ต้อนรับวันเกิดยูได
แต่ก็นะ ไม่รู้จะได้ทำรึป่าวเลย


แต่ยังไงก็คงเปลี่ยนรูปในช่องเม้นแหละ
รูปนี้ sad เหลือเกิน


***
นิดนึง
เมื่อวานไปดู โอปปาติก กะบีมา
เหอะเหอะ หนุกอ่ะ มันมากสุด ๆ
แต่ก่อนดูหนังไปเจอของเล่นชิ้นใหญ่เข้า
เหอเหอ ตู้สติกเกอร์
เลยเล่นกับบีกันมันละคับ

ดูหนังจบก็ลงมาเล่นกันอีกรอบ
สนุก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนญี่ปุ่นชอบถ่ายสติกเกอร์
มันหนุกอย่างนี้นี่เอง
เหอะเหอะ

เสร็จก็ไปสยาม
เจอพี่ปอย แล้วก็ไปกินร้านกะต๊าก





รู้สึก ไม่ได้เป็นอย่างนี้มานาน
อุ้มไม่รู้หรอกว่าใคร บีกะพี่ปอยจะรู้สึกยังไง
แต่เมื่อวานอุ้มมีความสุข
ถึงเรื่องที่พูดคุยจะเป็นดาราหรือนักร้องที่อุ้มไม่สนใจไม่รู้จัก
อุ้มไม่สนหรอกว่าใครจะเปลี่ยนไปแค่ไหน
หรือว่าอุ้มจะเปลี่ยนไปยังไง


แค่มีพี่ปอยกะบี อยู่ตรงนั้น
ที่ยังพูดคุย หัวเราะ แล้วก็ยิ้ม
ก็คงพอแล้ว


อุ้มไม่ขออะไรมากมาย ไม่ได้หวังอะไรมากมายหรอก
แค่นาน ๆ ครั้งที่ได้คุยกัน เจอกัน ก็คงจะพอแล้ว




ฟุ้ง

ฟุ้ง~~~


ทำไมถึงไม่ฟุ้งซ่านอย่างนี้ว่ะ
คิดทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในหัว
คิดมาก คิดนำความเป็นจริง
คิดอะไรเว่อ ๆ แล้วสุดท้ายก็เหม่อลอย




กลายเป็นคนชอบเหม่อ คิดโน่นนี่ไปเรื่อย ๆ
ฟุ้งซ่าน ไร้สาระ
เบื่อตัวเองว่ะ





ตอนนี้รู้สึกตัวเองเริ่มเข้าโหมดระบบป้องกันตัวเอง
กลับไปเป็น ม.3 ตอนปลาย ม.4 ต้น ๆ
แล้วก็เป็นมากกว่าเดิมด้วยซะอีก
ปิดกั้น ไม่เอา ยึดติด หนีไปอยู่กับโลกของตัวเอง






ไม่อยากไปไหนที่ไม่มีคนที่รักเรา
อยากอยู่แต่กับคนที่รักเรามากมาก
คนที่คอยตามใจ เอาใจ เอาใจใส่
คนที่ไม่ขัด ไม่ด่าว่า เข้าใจ แล้วรับได้กับสิ่งที่เป็น





ถึงจะรู้ว่าสิ่งนั้นมันไม่ยั้งยืน เหมือนหลอกตัวเอง
ถึงจะรั้งไว้ให้นานเท่าไหร่
แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ดี






อยากจะฟุ้งอยู่ในโลกที่สวยงาม
ที่มีแต่ความสุขอย่างนี้ ตลอดไป


วันเกิดของคนพิเศษ

วันนี้อีกแล้ว
วันที่ทำให้อดตาหลับขับตานอนไปซะทุกปี
รอจนเที่ยงคืนถึงจะหลับได้
แล้วก็ต้องรอจนวัน ๆ นี้จะผ่านไปอีกนั่นแหละ
ถึงจะหลับลง


เป็นแค่วันวันนึงของคนทั่ว ๆ ไป
แต่มันเป็นวันพิเศษ ของคนพิเศษของอุ้ม
บางทีวันวันนี้ยูไดอาจจะทำแบบอุ้มก็ได้
อาจจะเลี้ยงฉลองอยู่ที่ไหนสักแห่ง



you know when you love someone
when you want them to be happy
even if their happiness
means that you're not part of it





สุขสันต์วันเกิดเจ้าตัวเล็กของอุ้ม
ที่ตอนนี้ไม่เล็กแล้ว

โต อายุ 21 ขวบแล้ว



คำอวยพรซ้ำ ๆ เดิม ๆ ที่ส่งไปทุกทุกปี
ขอให้ยูไดมีความสุขมากมาก
ให้สุขภาพแข็งแรง
มีคนรักเยอะ ๆ
คิดอะไรก็ได้อย่างนั้น






ถึงจะอยากอวยพรคำอื่น ๆ ตั้งมากมาย
แต่นี่แหละคือสิ่งที่ดีที่สุด
ที่จะมอบให้ได้



ขอให้ยูไดมีความสุขมากมาก
มากกว่าใคร ๆ
ให้เป็นที่รักอย่างนี้ตลอดไป





สุขสันต์วันเกิดเจ้าตัวเล็ก








อัมพวา แสนสนุก

หลับยาว
วันนี้หลับยาวมากมาก
เมื่อคืนนอน ห้าทุ่มนิด
ตื่นจริง ๆ จัง ๆ อีกทีตอนบ่ายสาม
ประมาณ 15 ชม. ได้
เหอะเหอะ หลับยาวทดแทนเมื่อสองวันที่ผ่านมา



เมื่อวันศุกร์ไปกินดื่มกับเพื่อน
กว่าจะแบกสังขารอันน้อยนิดถึงบ้านก็ตีสอง
จัดของด้วยความเบลอไปได้สักพักก็หลับ
และตื่นขึ้นมาอีกทีหกโมงครึ่ง
ไปอัมพวา



กว่าจะไปถึงได้ก็เล่นเอาแทบตาย
เพราะหลงเข้าไปอยู่ในเมืองลับแล
หาทางไปไม่ถูก
ไอ้คนที่ไปเป็นก็ดันไปคันเดียวกัน
เอาไอ้คนที่ไปไม่ถูกมารวมกัน
รู้ตัวอีกทีอยู่ราชบุรีแล้ว
อยากจะบ้า แผนที่ ที่เอาไปก็ช่วยได้มากเหลือเกิ๊น





ไปถึงด้วยความทุลักทุเล เหนื่อยแสนเหนื่อย
เข้าบ้านพัก เก็บของแล้วออกไปเดินเล่นกัน





ก็บ้าเดินกันซะเหนื่อย คนก็เยอะสุด ๆ
แต่สนุก ได้ดูเค้าคั่วเม็ดกาแฟด้วย
โรงงานนรกมาก ๆ คิดว่ากำลังโม่ปูนกันอยู่ซะอีก
เหอะเหอะ




ของกินที่นี่ถูก อร่อย
ไม่มีเวลาไหนที่รู้สึกหิวเลยสักนิด


หกโมงครึ่งร่องเรือชมหิ้งห้อย
นานจริง ๆ นั่งจนเมื่อยตูดไปหมด
มาถึงก็เดินหาของกินแล้วกลับที่พัก



นั่งเล่นกีร์ต้า นั่งคุย
นั่งฟังเรื่องพิซซ่ากับพี่วัต
เหอะเหอะ อย่างกับละคร
จนง่วง ตีสามกว่าก็เข้านอน ปิดบ้าน



หลับ ตื่นอีกที หกโมงเช้า เอ๋อ ๆ ขึ้นมาใส่บาตร
กินน้ำเต้าหู้ ปาท๋องโก๋ แล้วก็เข้านอนกะโจ้ โดยมีเอ๋ยตามมาทีหลัง
ส่วนแต้งกะแอมป์หน้าด้าน นอนตรงตั่งหน้าบ้านให้คนมอง
พิซซ่ากับพี่วัต ก็นอนกันอีกห้อง
ตื่นมาอีกที 11 โมง อาบน้ำและเดินหาของกิน (อีกแล้ว)
นั่งกินกาแฟโบราณร้านโปรด
แล้วก็กลับกัน




ไปทริปนี้สนุกมากครับ
ทำตัวติดโจ้เป็นเงาเลยครับ
ไม่รู้เพื่อนคนอื่นงอนป่าว คงไม่หรอกเนอะ

โจ้ แอมป์ แต้งก์ เอ๋ย พิซซ่า และพี่วัต
เสียดายเพื่อนที่ไม่ได้มา คงมันกว่านี้
ถ้ามากันเยอะ ๆ ไม่เป็นไร
คราวหน้ากลางธันวา หรือต้นว่ะ
ต่อด้วยเขาใหญ่ครับเพื่อน




งานนี้จบลงด้วยดี ได้ความประทับใจเพียบ


รักพวกเมิงจังเลยว่ะ
อยู่ด้วยแล้วลืมเรื่องบ้า ๆ ไปหมดเลย
คลายเครียดได้ดีจริง ๆ



ปล.ใกล้วันเกิดยูไดแล้ว ฮิ้ว ๆๆๆ



ความทรงจำสีจาง ๆ

เอาบีจีใหม่มาลงแล้ว
และแล้วก็ได้ทำเนอะ







ให้เค้กแปะไว้ในวันเกิด






เอาไว้จะหาเพลงเพราะ ๆ มาเปลี่ยนให้ใหม่ด้วยดีกว่า...





///////



เพราะว่าว่างมาก
เปิดอ่านไดหน้าเก่า ๆ คิดถึง
ได้ความรู้สึกเก่า ๆ กลับมามากมาย
คิดถึงช่วง ม.ปลาย
เป็นช่วงที่มีความสุขมากมาก จริง ๆ แหละ




อ่านทั้งของตัวเอง แล้วก็พาลไปอ่านของบี
ย้อนอ่านไปเรื่อย ๆ
คิดถึงตอนนั้น
และถึงไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานขนาดไหน
อุ้มก็ยังรู้สึกเหมือน ๆ เดิม


นั่งอ่านไปแล้วก็ยิ้มไป
มีหลายหน้าเลยที่อัพเรื่องราว ขำขำ ให้หัวเราะ
เรื่องที่ทำให้อาย เรื่องราวต่าง ๆ มันเยอะแยะไปหมดจริง ๆ




พอตอนนี้มานั่งอ่านย้อนลงไป
ถึงได้รู้ว่า ตัวเองยังยึดติดอยู่กับเรื่องราวแต่ก่อนมากแค่ไหน
พอได้อ่าน ภาพต่าง ๆ ก็แว่บเข้ามาในหัว
ภาพตอนที่ไปสยาม ที่ได้หัวเราะ ได้ยิ้ม
ความสุขตรงนั้น มันเหมือนแค่เพิ่งจะผ่านไปเอง
เพราะจิตใจมันยังจำความรู้สึกได้ทั้งหมด



ตอนนั้นน่ะ ญี่ปุ่นยังบูมมากมากอยู่เลย
รู้จักคนตั้งเยอะแยะ เป็นน้อง ๆ สองคนกับ บ.บี
มีพี่ ๆ ตั้งมากมาย
เป็นช่วงเวลาที่น่าจะสต๊าฟเอาไว้ (เห็นแก่ตัวมาก)




ถึงตอนนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแล้ว
แต่ความทรงจำพวกนั้นก็ยังคงติดอยู่ในใจเสมอ(เน่า)
อย่างน้อย ตอนนั้นเราก็ได้มีความสุข ด้วยกัน
ผ่านเรื่องราวอะไรตั้งเยอะแยะมากมาย
ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ด้วยกัน
จะเรียกได้ว่าเป็นความทรงจำสีจาง ๆ ได้ไหมน๊า เหอเหอ



แต่สิ่งที่จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ก็คือความรู้สึกของอุ้ม
ไม่ว่าตอนนั้นกับตอนนี้ จะผ่านมานานแค่ไหนแล้วก็ตาม
อุ้มก็ยังรัก บ.บีกะพี่ปอย มากมากอยู่ดี
ถ้าหากว่าพี่ปอยกะบีลองย้อนอ่านไป ช่วงปี 2003-2004 ดู
อุ้มไม่รู้ว่าจะรู้สึกเหมือนกันไหมหรือบางทีอุ้มอาจจะรู้สึกไปแค่คนเดียว
แต่มันเป็นช่วงที่อ่านไปแล้วยิ้มได้ แล้วก็ฟื้นความรู้สึกหลายอย่างให้กลับมา
ได้มากจริง ๆ




ถ้าได้ผ่านเข้ามาแล้วเห็นไดหน้านี้
ก็คงจะดี



ว่างคับ

ว่างคับ
ตอนนี้เริ่มทำการหลอนตัวเองไปเรื่อย ๆ
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดแล้วล่ะคับงานนี้



ได้ ไม่ได้ ได้ ไม่ได้
โอ๊ยยยยยยย หลอนค๊าบบบบบ


ยูไดช่วยอุ้มด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยย



อยากเปลี่ยนบีจีให้สดใส ๆ
ต้อนรับวันเกิดยูได
แต่ก็นะ ไม่รู้จะได้ทำรึป่าวเลย


แต่ยังไงก็คงเปลี่ยนรูปในช่องเม้นแหละ
รูปนี้ sad เหลือเกิน


***
นิดนึง
เมื่อวานไปดู โอปปาติก กะบีมา
เหอะเหอะ หนุกอ่ะ มันมากสุด ๆ
แต่ก่อนดูหนังไปเจอของเล่นชิ้นใหญ่เข้า
เหอเหอ ตู้สติกเกอร์
เลยเล่นกับบีกันมันละคับ

ดูหนังจบก็ลงมาเล่นกันอีกรอบ
สนุก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนญี่ปุ่นชอบถ่ายสติกเกอร์
มันหนุกอย่างนี้นี่เอง
เหอะเหอะ

เสร็จก็ไปสยาม
เจอพี่ปอย แล้วก็ไปกินร้านกะต๊าก





รู้สึก ไม่ได้เป็นอย่างนี้มานาน
อุ้มไม่รู้หรอกว่าใคร บีกะพี่ปอยจะรู้สึกยังไง
แต่เมื่อวานอุ้มมีความสุข
ถึงเรื่องที่พูดคุยจะเป็นดาราหรือนักร้องที่อุ้มไม่สนใจไม่รู้จัก
อุ้มไม่สนหรอกว่าใครจะเปลี่ยนไปแค่ไหน
หรือว่าอุ้มจะเปลี่ยนไปยังไง


แค่มีพี่ปอยกะบี อยู่ตรงนั้น
ที่ยังพูดคุย หัวเราะ แล้วก็ยิ้ม
ก็คงพอแล้ว


อุ้มไม่ขออะไรมากมาย ไม่ได้หวังอะไรมากมายหรอก
แค่นาน ๆ ครั้งที่ได้คุยกัน เจอกัน ก็คงจะพอแล้ว




ย้ำเตือน

ไปเจอข้อความดีดี ที่อ่านแล้วกินใจตัวเอง
ไม่อยากจะให้แค่มันแค่ผ่านมาตามาแล้วก็ผ่านไป




เอามาลง ไว้ย้ำเตือนตัวเองหน่อยแล้วกัน








" คนเรามีทั้งสุขและทุกข์ปะบนกันไป อยู่ที่ว่าเราจะเอามาใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์กับตัว
เดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นจะหันกลับมาทำร้ายเราได้
แต่ให้เราคิดว่า นี่คือบทเรียนที่มีค่า เพื่อให้เราดำเนินชีวิตต่อไปได้
อย่าใช้การปิดชีวิตตัวเองเพื่อหนีปัญหา เราต้องคิดถึงคนข้างหลังที่รอเราอยู่
แม้พวกเาจะไม่ค่อยแสดงความห่วงใยต่อหน้าเรา แต่เขาก็เป็นห่วงและรักเรา "










อ่านแล้วคิดได้ขึ้นมาอีกนิดนึง









ฟุ้ง

ฟุ้ง~~~


ทำไมถึงไม่ฟุ้งซ่านอย่างนี้ว่ะ
คิดทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในหัว
คิดมาก คิดนำความเป็นจริง
คิดอะไรเว่อ ๆ แล้วสุดท้ายก็เหม่อลอย




กลายเป็นคนชอบเหม่อ คิดโน่นนี่ไปเรื่อย ๆ
ฟุ้งซ่าน ไร้สาระ
เบื่อตัวเองว่ะ





ตอนนี้รู้สึกตัวเองเริ่มเข้าโหมดระบบป้องกันตัวเอง
กลับไปเป็น ม.3 ตอนปลาย ม.4 ต้น ๆ
แล้วก็เป็นมากกว่าเดิมด้วยซะอีก
ปิดกั้น ไม่เอา ยึดติด หนีไปอยู่กับโลกของตัวเอง






ไม่อยากไปไหนที่ไม่มีคนที่รักเรา
อยากอยู่แต่กับคนที่รักเรามากมาก
คนที่คอยตามใจ เอาใจ เอาใจใส่
คนที่ไม่ขัด ไม่ด่าว่า เข้าใจ แล้วรับได้กับสิ่งที่เป็น





ถึงจะรู้ว่าสิ่งนั้นมันไม่ยั้งยืน เหมือนหลอกตัวเอง
ถึงจะรั้งไว้ให้นานเท่าไหร่
แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ดี






อยากจะฟุ้งอยู่ในโลกที่สวยงาม
ที่มีแต่ความสุขอย่างนี้ ตลอดไป


วันเกิดของคนพิเศษ

วันนี้อีกแล้ว
วันที่ทำให้อดตาหลับขับตานอนไปซะทุกปี
รอจนเที่ยงคืนถึงจะหลับได้
แล้วก็ต้องรอจนวัน ๆ นี้จะผ่านไปอีกนั่นแหละ
ถึงจะหลับลง


เป็นแค่วันวันนึงของคนทั่ว ๆ ไป
แต่มันเป็นวันพิเศษ ของคนพิเศษของอุ้ม
บางทีวันวันนี้ยูไดอาจจะทำแบบอุ้มก็ได้
อาจจะเลี้ยงฉลองอยู่ที่ไหนสักแห่ง



you know when you love someone
when you want them to be happy
even if their happiness
means that you're not part of it





สุขสันต์วันเกิดเจ้าตัวเล็กของอุ้ม
ที่ตอนนี้ไม่เล็กแล้ว

โต อายุ 21 ขวบแล้ว



คำอวยพรซ้ำ ๆ เดิม ๆ ที่ส่งไปทุกทุกปี
ขอให้ยูไดมีความสุขมากมาก
ให้สุขภาพแข็งแรง
มีคนรักเยอะ ๆ
คิดอะไรก็ได้อย่างนั้น






ถึงจะอยากอวยพรคำอื่น ๆ ตั้งมากมาย
แต่นี่แหละคือสิ่งที่ดีที่สุด
ที่จะมอบให้ได้



ขอให้ยูไดมีความสุขมากมาก
มากกว่าใคร ๆ
ให้เป็นที่รักอย่างนี้ตลอดไป





สุขสันต์วันเกิดเจ้าตัวเล็ก








อัมพวา แสนสนุก

หลับยาว
วันนี้หลับยาวมากมาก
เมื่อคืนนอน ห้าทุ่มนิด
ตื่นจริง ๆ จัง ๆ อีกทีตอนบ่ายสาม
ประมาณ 15 ชม. ได้
เหอะเหอะ หลับยาวทดแทนเมื่อสองวันที่ผ่านมา



เมื่อวันศุกร์ไปกินดื่มกับเพื่อน
กว่าจะแบกสังขารอันน้อยนิดถึงบ้านก็ตีสอง
จัดของด้วยความเบลอไปได้สักพักก็หลับ
และตื่นขึ้นมาอีกทีหกโมงครึ่ง
ไปอัมพวา



กว่าจะไปถึงได้ก็เล่นเอาแทบตาย
เพราะหลงเข้าไปอยู่ในเมืองลับแล
หาทางไปไม่ถูก
ไอ้คนที่ไปเป็นก็ดันไปคันเดียวกัน
เอาไอ้คนที่ไปไม่ถูกมารวมกัน
รู้ตัวอีกทีอยู่ราชบุรีแล้ว
อยากจะบ้า แผนที่ ที่เอาไปก็ช่วยได้มากเหลือเกิ๊น





ไปถึงด้วยความทุลักทุเล เหนื่อยแสนเหนื่อย
เข้าบ้านพัก เก็บของแล้วออกไปเดินเล่นกัน





ก็บ้าเดินกันซะเหนื่อย คนก็เยอะสุด ๆ
แต่สนุก ได้ดูเค้าคั่วเม็ดกาแฟด้วย
โรงงานนรกมาก ๆ คิดว่ากำลังโม่ปูนกันอยู่ซะอีก
เหอะเหอะ




ของกินที่นี่ถูก อร่อย
ไม่มีเวลาไหนที่รู้สึกหิวเลยสักนิด


หกโมงครึ่งร่องเรือชมหิ้งห้อย
นานจริง ๆ นั่งจนเมื่อยตูดไปหมด
มาถึงก็เดินหาของกินแล้วกลับที่พัก



นั่งเล่นกีร์ต้า นั่งคุย
นั่งฟังเรื่องพิซซ่ากับพี่วัต
เหอะเหอะ อย่างกับละคร
จนง่วง ตีสามกว่าก็เข้านอน ปิดบ้าน



หลับ ตื่นอีกที หกโมงเช้า เอ๋อ ๆ ขึ้นมาใส่บาตร
กินน้ำเต้าหู้ ปาท๋องโก๋ แล้วก็เข้านอนกะโจ้ โดยมีเอ๋ยตามมาทีหลัง
ส่วนแต้งกะแอมป์หน้าด้าน นอนตรงตั่งหน้าบ้านให้คนมอง
พิซซ่ากับพี่วัต ก็นอนกันอีกห้อง
ตื่นมาอีกที 11 โมง อาบน้ำและเดินหาของกิน (อีกแล้ว)
นั่งกินกาแฟโบราณร้านโปรด
แล้วก็กลับกัน




ไปทริปนี้สนุกมากครับ
ทำตัวติดโจ้เป็นเงาเลยครับ
ไม่รู้เพื่อนคนอื่นงอนป่าว คงไม่หรอกเนอะ

โจ้ แอมป์ แต้งก์ เอ๋ย พิซซ่า และพี่วัต
เสียดายเพื่อนที่ไม่ได้มา คงมันกว่านี้
ถ้ามากันเยอะ ๆ ไม่เป็นไร
คราวหน้ากลางธันวา หรือต้นว่ะ
ต่อด้วยเขาใหญ่ครับเพื่อน




งานนี้จบลงด้วยดี ได้ความประทับใจเพียบ


รักพวกเมิงจังเลยว่ะ
อยู่ด้วยแล้วลืมเรื่องบ้า ๆ ไปหมดเลย
คลายเครียดได้ดีจริง ๆ



ปล.ใกล้วันเกิดยูไดแล้ว ฮิ้ว ๆๆๆ



ความทรงจำสีจาง ๆ

เอาบีจีใหม่มาลงแล้ว
และแล้วก็ได้ทำเนอะ







ให้เค้กแปะไว้ในวันเกิด






เอาไว้จะหาเพลงเพราะ ๆ มาเปลี่ยนให้ใหม่ด้วยดีกว่า...





///////



เพราะว่าว่างมาก
เปิดอ่านไดหน้าเก่า ๆ คิดถึง
ได้ความรู้สึกเก่า ๆ กลับมามากมาย
คิดถึงช่วง ม.ปลาย
เป็นช่วงที่มีความสุขมากมาก จริง ๆ แหละ




อ่านทั้งของตัวเอง แล้วก็พาลไปอ่านของบี
ย้อนอ่านไปเรื่อย ๆ
คิดถึงตอนนั้น
และถึงไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานขนาดไหน
อุ้มก็ยังรู้สึกเหมือน ๆ เดิม


นั่งอ่านไปแล้วก็ยิ้มไป
มีหลายหน้าเลยที่อัพเรื่องราว ขำขำ ให้หัวเราะ
เรื่องที่ทำให้อาย เรื่องราวต่าง ๆ มันเยอะแยะไปหมดจริง ๆ




พอตอนนี้มานั่งอ่านย้อนลงไป
ถึงได้รู้ว่า ตัวเองยังยึดติดอยู่กับเรื่องราวแต่ก่อนมากแค่ไหน
พอได้อ่าน ภาพต่าง ๆ ก็แว่บเข้ามาในหัว
ภาพตอนที่ไปสยาม ที่ได้หัวเราะ ได้ยิ้ม
ความสุขตรงนั้น มันเหมือนแค่เพิ่งจะผ่านไปเอง
เพราะจิตใจมันยังจำความรู้สึกได้ทั้งหมด



ตอนนั้นน่ะ ญี่ปุ่นยังบูมมากมากอยู่เลย
รู้จักคนตั้งเยอะแยะ เป็นน้อง ๆ สองคนกับ บ.บี
มีพี่ ๆ ตั้งมากมาย
เป็นช่วงเวลาที่น่าจะสต๊าฟเอาไว้ (เห็นแก่ตัวมาก)




ถึงตอนนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแล้ว
แต่ความทรงจำพวกนั้นก็ยังคงติดอยู่ในใจเสมอ(เน่า)
อย่างน้อย ตอนนั้นเราก็ได้มีความสุข ด้วยกัน
ผ่านเรื่องราวอะไรตั้งเยอะแยะมากมาย
ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ด้วยกัน
จะเรียกได้ว่าเป็นความทรงจำสีจาง ๆ ได้ไหมน๊า เหอเหอ



แต่สิ่งที่จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ก็คือความรู้สึกของอุ้ม
ไม่ว่าตอนนั้นกับตอนนี้ จะผ่านมานานแค่ไหนแล้วก็ตาม
อุ้มก็ยังรัก บ.บีกะพี่ปอย มากมากอยู่ดี
ถ้าหากว่าพี่ปอยกะบีลองย้อนอ่านไป ช่วงปี 2003-2004 ดู
อุ้มไม่รู้ว่าจะรู้สึกเหมือนกันไหมหรือบางทีอุ้มอาจจะรู้สึกไปแค่คนเดียว
แต่มันเป็นช่วงที่อ่านไปแล้วยิ้มได้ แล้วก็ฟื้นความรู้สึกหลายอย่างให้กลับมา
ได้มากจริง ๆ




ถ้าได้ผ่านเข้ามาแล้วเห็นไดหน้านี้
ก็คงจะดี



ว่างคับ

ว่างคับ
ตอนนี้เริ่มทำการหลอนตัวเองไปเรื่อย ๆ
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดแล้วล่ะคับงานนี้



ได้ ไม่ได้ ได้ ไม่ได้
โอ๊ยยยยยยย หลอนค๊าบบบบบ


ยูไดช่วยอุ้มด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยย



อยากเปลี่ยนบีจีให้สดใส ๆ
ต้อนรับวันเกิดยูได
แต่ก็นะ ไม่รู้จะได้ทำรึป่าวเลย


แต่ยังไงก็คงเปลี่ยนรูปในช่องเม้นแหละ
รูปนี้ sad เหลือเกิน


***
นิดนึง
เมื่อวานไปดู โอปปาติก กะบีมา
เหอะเหอะ หนุกอ่ะ มันมากสุด ๆ
แต่ก่อนดูหนังไปเจอของเล่นชิ้นใหญ่เข้า
เหอเหอ ตู้สติกเกอร์
เลยเล่นกับบีกันมันละคับ

ดูหนังจบก็ลงมาเล่นกันอีกรอบ
สนุก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนญี่ปุ่นชอบถ่ายสติกเกอร์
มันหนุกอย่างนี้นี่เอง
เหอะเหอะ

เสร็จก็ไปสยาม
เจอพี่ปอย แล้วก็ไปกินร้านกะต๊าก





รู้สึก ไม่ได้เป็นอย่างนี้มานาน
อุ้มไม่รู้หรอกว่าใคร บีกะพี่ปอยจะรู้สึกยังไง
แต่เมื่อวานอุ้มมีความสุข
ถึงเรื่องที่พูดคุยจะเป็นดาราหรือนักร้องที่อุ้มไม่สนใจไม่รู้จัก
อุ้มไม่สนหรอกว่าใครจะเปลี่ยนไปแค่ไหน
หรือว่าอุ้มจะเปลี่ยนไปยังไง


แค่มีพี่ปอยกะบี อยู่ตรงนั้น
ที่ยังพูดคุย หัวเราะ แล้วก็ยิ้ม
ก็คงพอแล้ว


อุ้มไม่ขออะไรมากมาย ไม่ได้หวังอะไรมากมายหรอก
แค่นาน ๆ ครั้งที่ได้คุยกัน เจอกัน ก็คงจะพอแล้ว




ย้ำเตือน

ไปเจอข้อความดีดี ที่อ่านแล้วกินใจตัวเอง
ไม่อยากจะให้แค่มันแค่ผ่านมาตามาแล้วก็ผ่านไป




เอามาลง ไว้ย้ำเตือนตัวเองหน่อยแล้วกัน








" คนเรามีทั้งสุขและทุกข์ปะบนกันไป อยู่ที่ว่าเราจะเอามาใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์กับตัว
เดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นจะหันกลับมาทำร้ายเราได้
แต่ให้เราคิดว่า นี่คือบทเรียนที่มีค่า เพื่อให้เราดำเนินชีวิตต่อไปได้
อย่าใช้การปิดชีวิตตัวเองเพื่อหนีปัญหา เราต้องคิดถึงคนข้างหลังที่รอเราอยู่
แม้พวกเาจะไม่ค่อยแสดงความห่วงใยต่อหน้าเรา แต่เขาก็เป็นห่วงและรักเรา "










อ่านแล้วคิดได้ขึ้นมาอีกนิดนึง









อะไรกันคับนี่

ความดันตก
ปวดหัว
ง่วง



แล้วกรูมานั่งทำอะไรหน้าคอมตอนนี้ว่ะเนี่ย


แค่อยากอัพไดกับวันดีดีหนึ่งวัน






















ไปนอนดีฟร่า






















ฟุ้ง

ฟุ้ง~~~


ทำไมถึงไม่ฟุ้งซ่านอย่างนี้ว่ะ
คิดทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในหัว
คิดมาก คิดนำความเป็นจริง
คิดอะไรเว่อ ๆ แล้วสุดท้ายก็เหม่อลอย




กลายเป็นคนชอบเหม่อ คิดโน่นนี่ไปเรื่อย ๆ
ฟุ้งซ่าน ไร้สาระ
เบื่อตัวเองว่ะ





ตอนนี้รู้สึกตัวเองเริ่มเข้าโหมดระบบป้องกันตัวเอง
กลับไปเป็น ม.3 ตอนปลาย ม.4 ต้น ๆ
แล้วก็เป็นมากกว่าเดิมด้วยซะอีก
ปิดกั้น ไม่เอา ยึดติด หนีไปอยู่กับโลกของตัวเอง






ไม่อยากไปไหนที่ไม่มีคนที่รักเรา
อยากอยู่แต่กับคนที่รักเรามากมาก
คนที่คอยตามใจ เอาใจ เอาใจใส่
คนที่ไม่ขัด ไม่ด่าว่า เข้าใจ แล้วรับได้กับสิ่งที่เป็น





ถึงจะรู้ว่าสิ่งนั้นมันไม่ยั้งยืน เหมือนหลอกตัวเอง
ถึงจะรั้งไว้ให้นานเท่าไหร่
แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ดี






อยากจะฟุ้งอยู่ในโลกที่สวยงาม
ที่มีแต่ความสุขอย่างนี้ ตลอดไป


วันเกิดของคนพิเศษ

วันนี้อีกแล้ว
วันที่ทำให้อดตาหลับขับตานอนไปซะทุกปี
รอจนเที่ยงคืนถึงจะหลับได้
แล้วก็ต้องรอจนวัน ๆ นี้จะผ่านไปอีกนั่นแหละ
ถึงจะหลับลง


เป็นแค่วันวันนึงของคนทั่ว ๆ ไป
แต่มันเป็นวันพิเศษ ของคนพิเศษของอุ้ม
บางทีวันวันนี้ยูไดอาจจะทำแบบอุ้มก็ได้
อาจจะเลี้ยงฉลองอยู่ที่ไหนสักแห่ง



you know when you love someone
when you want them to be happy
even if their happiness
means that you're not part of it





สุขสันต์วันเกิดเจ้าตัวเล็กของอุ้ม
ที่ตอนนี้ไม่เล็กแล้ว

โต อายุ 21 ขวบแล้ว



คำอวยพรซ้ำ ๆ เดิม ๆ ที่ส่งไปทุกทุกปี
ขอให้ยูไดมีความสุขมากมาก
ให้สุขภาพแข็งแรง
มีคนรักเยอะ ๆ
คิดอะไรก็ได้อย่างนั้น






ถึงจะอยากอวยพรคำอื่น ๆ ตั้งมากมาย
แต่นี่แหละคือสิ่งที่ดีที่สุด
ที่จะมอบให้ได้



ขอให้ยูไดมีความสุขมากมาก
มากกว่าใคร ๆ
ให้เป็นที่รักอย่างนี้ตลอดไป





สุขสันต์วันเกิดเจ้าตัวเล็ก








อัมพวา แสนสนุก

หลับยาว
วันนี้หลับยาวมากมาก
เมื่อคืนนอน ห้าทุ่มนิด
ตื่นจริง ๆ จัง ๆ อีกทีตอนบ่ายสาม
ประมาณ 15 ชม. ได้
เหอะเหอะ หลับยาวทดแทนเมื่อสองวันที่ผ่านมา



เมื่อวันศุกร์ไปกินดื่มกับเพื่อน
กว่าจะแบกสังขารอันน้อยนิดถึงบ้านก็ตีสอง
จัดของด้วยความเบลอไปได้สักพักก็หลับ
และตื่นขึ้นมาอีกทีหกโมงครึ่ง
ไปอัมพวา



กว่าจะไปถึงได้ก็เล่นเอาแทบตาย
เพราะหลงเข้าไปอยู่ในเมืองลับแล
หาทางไปไม่ถูก
ไอ้คนที่ไปเป็นก็ดันไปคันเดียวกัน
เอาไอ้คนที่ไปไม่ถูกมารวมกัน
รู้ตัวอีกทีอยู่ราชบุรีแล้ว
อยากจะบ้า แผนที่ ที่เอาไปก็ช่วยได้มากเหลือเกิ๊น





ไปถึงด้วยความทุลักทุเล เหนื่อยแสนเหนื่อย
เข้าบ้านพัก เก็บของแล้วออกไปเดินเล่นกัน





ก็บ้าเดินกันซะเหนื่อย คนก็เยอะสุด ๆ
แต่สนุก ได้ดูเค้าคั่วเม็ดกาแฟด้วย
โรงงานนรกมาก ๆ คิดว่ากำลังโม่ปูนกันอยู่ซะอีก
เหอะเหอะ




ของกินที่นี่ถูก อร่อย
ไม่มีเวลาไหนที่รู้สึกหิวเลยสักนิด


หกโมงครึ่งร่องเรือชมหิ้งห้อย
นานจริง ๆ นั่งจนเมื่อยตูดไปหมด
มาถึงก็เดินหาของกินแล้วกลับที่พัก



นั่งเล่นกีร์ต้า นั่งคุย
นั่งฟังเรื่องพิซซ่ากับพี่วัต
เหอะเหอะ อย่างกับละคร
จนง่วง ตีสามกว่าก็เข้านอน ปิดบ้าน



หลับ ตื่นอีกที หกโมงเช้า เอ๋อ ๆ ขึ้นมาใส่บาตร
กินน้ำเต้าหู้ ปาท๋องโก๋ แล้วก็เข้านอนกะโจ้ โดยมีเอ๋ยตามมาทีหลัง
ส่วนแต้งกะแอมป์หน้าด้าน นอนตรงตั่งหน้าบ้านให้คนมอง
พิซซ่ากับพี่วัต ก็นอนกันอีกห้อง
ตื่นมาอีกที 11 โมง อาบน้ำและเดินหาของกิน (อีกแล้ว)
นั่งกินกาแฟโบราณร้านโปรด
แล้วก็กลับกัน




ไปทริปนี้สนุกมากครับ
ทำตัวติดโจ้เป็นเงาเลยครับ
ไม่รู้เพื่อนคนอื่นงอนป่าว คงไม่หรอกเนอะ

โจ้ แอมป์ แต้งก์ เอ๋ย พิซซ่า และพี่วัต
เสียดายเพื่อนที่ไม่ได้มา คงมันกว่านี้
ถ้ามากันเยอะ ๆ ไม่เป็นไร
คราวหน้ากลางธันวา หรือต้นว่ะ
ต่อด้วยเขาใหญ่ครับเพื่อน




งานนี้จบลงด้วยดี ได้ความประทับใจเพียบ


รักพวกเมิงจังเลยว่ะ
อยู่ด้วยแล้วลืมเรื่องบ้า ๆ ไปหมดเลย
คลายเครียดได้ดีจริง ๆ



ปล.ใกล้วันเกิดยูไดแล้ว ฮิ้ว ๆๆๆ



ความทรงจำสีจาง ๆ

เอาบีจีใหม่มาลงแล้ว
และแล้วก็ได้ทำเนอะ







ให้เค้กแปะไว้ในวันเกิด






เอาไว้จะหาเพลงเพราะ ๆ มาเปลี่ยนให้ใหม่ด้วยดีกว่า...





///////



เพราะว่าว่างมาก
เปิดอ่านไดหน้าเก่า ๆ คิดถึง
ได้ความรู้สึกเก่า ๆ กลับมามากมาย
คิดถึงช่วง ม.ปลาย
เป็นช่วงที่มีความสุขมากมาก จริง ๆ แหละ




อ่านทั้งของตัวเอง แล้วก็พาลไปอ่านของบี
ย้อนอ่านไปเรื่อย ๆ
คิดถึงตอนนั้น
และถึงไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานขนาดไหน
อุ้มก็ยังรู้สึกเหมือน ๆ เดิม


นั่งอ่านไปแล้วก็ยิ้มไป
มีหลายหน้าเลยที่อัพเรื่องราว ขำขำ ให้หัวเราะ
เรื่องที่ทำให้อาย เรื่องราวต่าง ๆ มันเยอะแยะไปหมดจริง ๆ




พอตอนนี้มานั่งอ่านย้อนลงไป
ถึงได้รู้ว่า ตัวเองยังยึดติดอยู่กับเรื่องราวแต่ก่อนมากแค่ไหน
พอได้อ่าน ภาพต่าง ๆ ก็แว่บเข้ามาในหัว
ภาพตอนที่ไปสยาม ที่ได้หัวเราะ ได้ยิ้ม
ความสุขตรงนั้น มันเหมือนแค่เพิ่งจะผ่านไปเอง
เพราะจิตใจมันยังจำความรู้สึกได้ทั้งหมด



ตอนนั้นน่ะ ญี่ปุ่นยังบูมมากมากอยู่เลย
รู้จักคนตั้งเยอะแยะ เป็นน้อง ๆ สองคนกับ บ.บี
มีพี่ ๆ ตั้งมากมาย
เป็นช่วงเวลาที่น่าจะสต๊าฟเอาไว้ (เห็นแก่ตัวมาก)




ถึงตอนนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแล้ว
แต่ความทรงจำพวกนั้นก็ยังคงติดอยู่ในใจเสมอ(เน่า)
อย่างน้อย ตอนนั้นเราก็ได้มีความสุข ด้วยกัน
ผ่านเรื่องราวอะไรตั้งเยอะแยะมากมาย
ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ด้วยกัน
จะเรียกได้ว่าเป็นความทรงจำสีจาง ๆ ได้ไหมน๊า เหอเหอ



แต่สิ่งที่จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ก็คือความรู้สึกของอุ้ม
ไม่ว่าตอนนั้นกับตอนนี้ จะผ่านมานานแค่ไหนแล้วก็ตาม
อุ้มก็ยังรัก บ.บีกะพี่ปอย มากมากอยู่ดี
ถ้าหากว่าพี่ปอยกะบีลองย้อนอ่านไป ช่วงปี 2003-2004 ดู
อุ้มไม่รู้ว่าจะรู้สึกเหมือนกันไหมหรือบางทีอุ้มอาจจะรู้สึกไปแค่คนเดียว
แต่มันเป็นช่วงที่อ่านไปแล้วยิ้มได้ แล้วก็ฟื้นความรู้สึกหลายอย่างให้กลับมา
ได้มากจริง ๆ




ถ้าได้ผ่านเข้ามาแล้วเห็นไดหน้านี้
ก็คงจะดี



ว่างคับ

ว่างคับ
ตอนนี้เริ่มทำการหลอนตัวเองไปเรื่อย ๆ
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดแล้วล่ะคับงานนี้



ได้ ไม่ได้ ได้ ไม่ได้
โอ๊ยยยยยยย หลอนค๊าบบบบบ


ยูไดช่วยอุ้มด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยย



อยากเปลี่ยนบีจีให้สดใส ๆ
ต้อนรับวันเกิดยูได
แต่ก็นะ ไม่รู้จะได้ทำรึป่าวเลย


แต่ยังไงก็คงเปลี่ยนรูปในช่องเม้นแหละ
รูปนี้ sad เหลือเกิน


***
นิดนึง
เมื่อวานไปดู โอปปาติก กะบีมา
เหอะเหอะ หนุกอ่ะ มันมากสุด ๆ
แต่ก่อนดูหนังไปเจอของเล่นชิ้นใหญ่เข้า
เหอเหอ ตู้สติกเกอร์
เลยเล่นกับบีกันมันละคับ

ดูหนังจบก็ลงมาเล่นกันอีกรอบ
สนุก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนญี่ปุ่นชอบถ่ายสติกเกอร์
มันหนุกอย่างนี้นี่เอง
เหอะเหอะ

เสร็จก็ไปสยาม
เจอพี่ปอย แล้วก็ไปกินร้านกะต๊าก





รู้สึก ไม่ได้เป็นอย่างนี้มานาน
อุ้มไม่รู้หรอกว่าใคร บีกะพี่ปอยจะรู้สึกยังไง
แต่เมื่อวานอุ้มมีความสุข
ถึงเรื่องที่พูดคุยจะเป็นดาราหรือนักร้องที่อุ้มไม่สนใจไม่รู้จัก
อุ้มไม่สนหรอกว่าใครจะเปลี่ยนไปแค่ไหน
หรือว่าอุ้มจะเปลี่ยนไปยังไง


แค่มีพี่ปอยกะบี อยู่ตรงนั้น
ที่ยังพูดคุย หัวเราะ แล้วก็ยิ้ม
ก็คงพอแล้ว


อุ้มไม่ขออะไรมากมาย ไม่ได้หวังอะไรมากมายหรอก
แค่นาน ๆ ครั้งที่ได้คุยกัน เจอกัน ก็คงจะพอแล้ว